ร้านบริการส่วนใหญ่ขายผ่านแชท ลูกค้าทักมาถามราคา ถามว่าว่างวันไหน ร้านส่งเลขบัญชีให้โอนมัดจำ รอสลิป แล้วจดนัดไว้ในสมุด ทุกอย่างทำงานได้ แต่ต้องตอบคำถามเดิมซ้ำทุกวัน และบางครั้งลูกค้าจองแล้วก็เงียบหายไป

หน้าร้านออนไลน์ช่วยให้ลูกค้าเห็นบริการและราคาเองได้ จ่ายเงินหรือมัดจำได้ทันที แล้วคุณค่อยนัดเวลาในแชทเหมือนเดิม บทความนี้ใช้ตัวอย่างร้านทำเล็บ คลาสเรียน และช่างภาพ แต่ใช้กับร้านบริการแบบอื่นได้เหมือนกัน

ทำไมร้านบริการควรรับมัดจำ

  • ลูกค้าตั้งใจมาตามนัดมากขึ้น เมื่อได้จ่ายบางส่วนไปแล้ว
  • คิวของคุณได้รับการคุ้มครอง ช่วงเวลาที่กันไว้ให้ลูกค้าคนหนึ่ง คือรายได้ที่เสียไปถ้าเขาไม่มา
  • ครอบคลุมต้นทุนที่ต้องเตรียมก่อน เช่น วัสดุคลาส หรือค่าเดินทางไปถ่ายนอกสถานที่

สิ่งสำคัญคือต้องบอกเงื่อนไขให้ชัดตั้งแต่ก่อนลูกค้าจ่าย จะพูดถึงในหัวข้อด้านล่าง

คิดบริการให้เป็น “แพ็กเกจ” ที่ซื้อได้

ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้นเมื่อบริการมีชื่อ ราคา และสิ่งที่ได้รับชัดเจน ลองแปลงบริการของคุณเป็นแพ็กเกจ แต่ละแพ็กเกจคือสินค้าหนึ่งชิ้นในร้าน

  • ร้านทำเล็บ “ทำเล็บเจลสีนู้ด” 590 บาท และ “เพ้นท์ลายกระดองเต่า” 790 บาท พร้อมรูปผลงานจริง และบอกระยะเวลาโดยประมาณ
  • คลาสเรียน “คลาสปั้นแก้วเซรามิก 3 ชั่วโมง” รวมวัสดุ และบอกว่าได้ชิ้นงานกลับบ้านเมื่อไร
  • ช่างภาพ “ถ่ายภาพบุคคล 1 ชั่วโมง” บอกจำนวนภาพที่แต่งให้ และวิธีส่งไฟล์

เล็บเจลสีชมพูนู้ด ตัวอย่างรูปผลงานสำหรับแพ็กเกจทำเล็บ

ใน Tellsell คุณแค่ส่งรูปผลงานใน LINE แล้วพูดชื่อแพ็กเกจ ราคา และสิ่งที่รวมอยู่ AI ร่างหน้าสินค้าให้ตรวจก่อนเผยแพร่ ถ้าแพ็กเกจเดียวกันมีให้เลือกหลายแบบในราคาเดียวกัน เช่น โทนสีเล็บ ใส่เป็นตัวเลือกของสินค้าชิ้นนั้นได้

จ่ายเต็ม หรือจ่ายมัดจำ

จ่ายเต็ม เหมาะกับบริการราคาไม่สูง ลูกค้าจ่ายตามราคาแพ็กเกจเลย ไม่ต้องคิดยอดคงเหลือ

จ่ายมัดจำ เหมาะกับบริการราคาสูงหรือต้องกันเวลานาน วิธีที่ง่ายที่สุดคือลงมัดจำเป็นสินค้าแยกอีกชิ้น เช่น

มัดจำ ถ่ายภาพนอกสถานที่ 1,000 บาท แพ็กเกจราคา 3,500 บาท ยอดคงเหลือ 2,500 บาท ชำระในวันถ่าย

ลูกค้าจ่ายมัดจำผ่าน QR พร้อมเพย์ที่ใส่ยอดให้แล้ว ส่วนยอดคงเหลือคุณรับในวันนัดตามที่ตกลงกัน เขียนตัวเลขทั้งสามให้ชัดในหน้าสินค้า คือราคาเต็ม ยอดมัดจำ และยอดคงเหลือพร้อมกำหนดจ่าย

นัดเวลากันในแชท

Tellsell ไม่มีปฏิทินจองคิว เวลานัดตกลงกันในแชท ซึ่งมักยืดหยุ่นกว่า เพราะคุณเลือกจัดคิวได้เองตามจริง ขั้นตอนเป็นแบบนี้

  1. ลูกค้าเลือกแพ็กเกจหรือมัดจำ แล้วชำระผ่าน QR
  2. ตอนสั่ง ลูกค้าเขียนวันเวลาที่สะดวกไว้ในช่องหมายเหตุถึงร้านได้
  3. คุณได้แจ้งเตือนออเดอร์ เปิดแอปธนาคารดูว่าเงินเข้าจริง แล้วกด ชำระแล้ว
  4. ติดต่อลูกค้าเพื่อยืนยันเวลา ทางเบอร์โทรที่ให้ไว้ในออเดอร์ หรือให้ลูกค้าทักมาทาง LINE ของร้าน ซึ่งมีปุ่มอยู่ในหน้าร้านและหน้าสถานะออเดอร์

เขียนในหน้าสินค้าด้วยว่าร้านจะติดต่อกลับภายในกี่ชั่วโมงหลังชำระ ลูกค้าจะได้ไม่ต้องรอแบบไม่รู้อะไร

คลาสที่มีรอบเวลาแน่นอน ใช้ตัวเลือกเป็นรอบ เช่น “เสาร์ 10:00” และ “อาทิตย์ 13:00” แล้วตั้งจำนวนคงเหลือของแต่ละรอบเท่ากับจำนวนที่นั่ง เมื่อที่นั่งเต็ม รอบนั้นจะขึ้นว่าหมดเอง ถ้าใครสั่งแล้วไม่จ่ายและไม่ส่งสลิป ออเดอร์จะยกเลิกอัตโนมัติหลัง 24 ชั่วโมง (ปรับได้) และที่นั่งกลับมาว่างให้คนอื่น

เขียนเงื่อนไขให้ชัดตั้งแต่แรก

เงื่อนไขที่ชัดช่วยกันการเข้าใจผิดมากกว่าการอธิบายทีหลัง ใส่ไว้ในคำอธิบายแพ็กเกจ

  • สิ่งที่รวมและไม่รวม ในราคา
  • ระยะเวลา และสิ่งที่ลูกค้าควรเตรียม
  • มัดจำคืนได้หรือไม่ และคืนได้ถึงเมื่อไร
  • การเลื่อนนัด เช่น แจ้งล่วงหน้า 24 ชั่วโมง เลื่อนได้หนึ่งครั้ง
  • มาสาย จะเกิดอะไรขึ้นกับเวลาบริการ
  • สถานที่ และค่าเดินทาง ถ้าไปให้บริการนอกสถานที่ ให้รวมไว้ในราคาแพ็กเกจเลย

ถ้าต้องคืนเงิน การยกเลิกออเดอร์ที่ชำระแล้วใน Tellsell จะขึ้นสถานะรอคืนเงิน จนกว่าคุณจะโอนคืนจากแอปธนาคารแล้วกดยืนยัน ส่วนเรื่องกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับมัดจำและการคืนเงิน ถ้าไม่แน่ใจ ให้ตรวจสอบกับ สคบ. หรือปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษากฎหมาย

ตั้งค่าร้านให้เหมาะกับงานบริการ

  • ปิดการจัดส่งในแดชบอร์ด เหลือแค่รับเองที่ร้าน ลูกค้าจะไม่ถูกถามที่อยู่และไม่มีค่าส่ง
  • ใส่ข้อมูลร้านให้ครบ เวลาเปิดปิด ที่อยู่พร้อมแผนที่ และ LINE สำหรับให้ลูกค้าทัก ทำได้จากปุ่มข้อมูลร้านใน LINE
  • ใช้รูปผลงานจริง และขออนุญาตลูกค้าก่อนทุกครั้ง ถ้าในรูปเห็นมือ หน้า หรือข้อมูลส่วนตัวของเขา

เริ่มจากแพ็กเกจหลักไม่กี่อย่าง

ร้านบริการส่วนใหญ่มีบริการขายดีอยู่ไม่กี่อย่าง เริ่มจากตรงนั้น ลงเป็นแพ็กเกจ เขียนเงื่อนไขให้ชัด แล้วส่งลิงก์ร้านให้ลูกค้าแทนการพิมพ์ราคาซ้ำทุกวัน ร้านใหม่เริ่มด้วยแพ็กเกจฟรี ไม่ต้องใช้บัตร แสดงได้ 3 รายการ พอสำหรับบริการหลักของร้าน ดูรายละเอียดแพ็กเกจฟรี