ร้านจำนวนมากเริ่มขายของออนไลน์ด้วยการเปิดร้านในช้อปปี้ ซึ่งเข้าใจได้ เพราะมีคนเข้ามาหาของอยู่แล้วทุกวัน แต่พอขายไปสักพัก หลายร้านเริ่มเจอคำถามเดียวกัน ทำไมกำไรต่อชิ้นบางลงเรื่อย ๆ ทำไมลูกค้าที่เคยซื้อไม่กลับมาที่ร้านเรา และถ้าวันหนึ่งกติกาเปลี่ยน ร้านจะเป็นอย่างไร
คำตอบไม่ใช่การเลิกขายในช้อปปี้ แต่คือการเข้าใจว่ามาร์เก็ตเพลสทำอะไรได้ดี และอะไรที่ร้านควรสร้างเป็นของตัวเอง
ขายของในช้อปปี้ได้อะไร
ช้อปปี้คือมาร์เก็ตเพลส ตลาดออนไลน์ขนาดใหญ่ที่มีหลายร้านขายอยู่ในที่เดียวกัน จุดแข็งชัดเจน
- มีคนเข้ามาหาของอยู่แล้ว ร้านใหม่ก็ถูกเห็นได้ โดยไม่ต้องสร้างคนดูเองตั้งแต่ศูนย์
- ลูกค้าคุ้นเคย หลายคนไว้ใจระบบชำระเงินและการคืนสินค้าของแพลตฟอร์ม
- มีระบบส่งของและแคมเปญ เช่น วันลดราคาใหญ่ และโปรส่งฟรี
สำหรับร้านที่อยากให้คนแปลกหน้าเจอสินค้า ช้อปปี้เป็นช่องทางที่ดี
สิ่งที่ต้องแลก
ความสะดวกของมาร์เก็ตเพลสมาพร้อมเงื่อนไข
- ค่าธรรมเนียมจากทุกออเดอร์ มีทั้งค่าคอมมิชชันตามหมวดสินค้า ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน และค่าบริการของโปรแกรมเสริมถ้าเข้าร่วม เช่น ส่งฟรีหรือเงินคืน รวมกันมักเป็นหลักสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้า และแพลตฟอร์มปรับอัตราได้หลายครั้งต่อปี ดูอัตราล่าสุดใน Seller Centre ของช้อปปี้
- แข่งราคากับร้านข้าง ๆ ลูกค้าเห็นสินค้าคล้ายกันเรียงต่อกัน และกดเรียงตามราคาได้ ร้านที่ไม่อยากลดราคาต้องแข่งด้วยอย่างอื่น
- ลูกค้าเป็นของแพลตฟอร์ม ลูกค้าจำว่า “ซื้อในช้อปปี้” มากกว่าจำชื่อร้าน และช้อปปี้มีกติกาห้ามชวนลูกค้าไปซื้อขายนอกแพลตฟอร์ม
- กติกาไม่ได้อยู่ในมือคุณ ค่าธรรมเนียม อัลกอริทึม และนโยบายเปลี่ยนได้ ร้านต้องปรับตาม
เว็บขายของของร้านเองได้อะไร
เว็บขายของของร้านเองคือร้านที่เป็นของคุณจริง ๆ
- แบรนด์ของร้าน ลิงก์มีชื่อร้าน หน้าร้านเป็นสีและโลโก้ของคุณ ลูกค้าจำร้านได้ ไม่ได้จำแพลตฟอร์ม
- ไม่ถูกหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย กับ Tellsell ลูกค้าจ่ายพร้อมเพย์เข้าบัญชีร้านโดยตรง คุณจ่ายแค่ค่าแพ็กเกจรายเดือน และเริ่มได้ฟรี
- ลูกค้าประจำกลับมาที่ร้านคุณ ลูกค้าที่ชอบสินค้าบันทึกลิงก์ร้านไว้ แล้วกลับมาสั่งซ้ำได้โดยไม่ต้องแข่งราคากับใคร
- ราคาไม่ต้องเท่ากับในมาร์เก็ตเพลส เมื่อไม่มีค่าคอมมิชชัน จะให้ราคาพิเศษลูกค้าประจำ หรือเก็บกำไรไว้มากขึ้นก็ได้
สิ่งที่ต้องทำเองคือพาลูกค้าเข้าร้าน ผ่านโซเชียล แชท LINE ลูกค้าหน้าร้าน และการบอกต่อ เว็บของร้านไม่มีคนเดินผ่านเองเหมือนตลาดใหญ่
เทียบกันชัด ๆ
| ขายของในช้อปปี้ | เว็บขายของของร้านเอง | |
|---|---|---|
| คนเจอร้านครั้งแรก | ง่าย มีคนค้นหาอยู่แล้ว | ต้องพาลูกค้าเข้ามาเอง |
| ค่าธรรมเนียมจากยอดขาย | มีทุกออเดอร์ | ไม่หัก (Tellsell) |
| แข่งราคา | ร้านคล้ายกันอยู่ข้างกัน | ลูกค้าเห็นแค่ร้านคุณ |
| แบรนด์ | อยู่ใต้ชื่อแพลตฟอร์ม | ชื่อร้านอยู่ในลิงก์ หรือใช้โดเมนของร้านเอง |
| ลูกค้าประจำ | กลับมาที่แพลตฟอร์ม | กลับมาที่ร้านคุณ |
| กติกา | แพลตฟอร์มกำหนด | ร้านกำหนดเอง |
ใช้ทั้งสองอย่างให้ได้ผล
ร้านที่ไปได้ไกลส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกฝั่งเดียว แต่ให้แต่ละช่องทางทำงานที่ถนัด
- ช้อปปี้ให้คนใหม่เจอ ใช้เป็นหน้าร้านในตลาดใหญ่ ทำตามกติกาของแพลตฟอร์ม
- เว็บของร้านเองให้ลูกค้าประจำและแบรนด์ ใส่ลิงก์ร้านในโปรไฟล์โซเชียล ส่งในแชท LINE กับลูกค้าที่คุยกันอยู่แล้ว ติด QR ที่หน้าร้าน
- สินค้าพิเศษหรือชุดของขวัญ ลองขายเฉพาะบนเว็บของร้าน เพื่อให้ลูกค้ามีเหตุผลที่จะเข้ามาที่ร้านโดยตรง
วิธีนี้ทำให้ร้านไม่ต้องพึ่งแพลตฟอร์มเดียว ถ้าวันหนึ่งค่าธรรมเนียมขึ้นหรือยอดในตลาดใหญ่ตก ร้านยังมีลูกค้าที่เป็นของตัวเอง
เปิดเว็บขายของของร้านเองโดยไม่ต้องเพิ่มงาน
เหตุผลที่หลายร้านยังไม่มีเว็บของตัวเอง คือกลัวต้องดูแลอีกที่หนึ่ง Tellsell ออกแบบมาเพื่อแก้ตรงนี้ คุณดูแลร้านจากแชท LINE ที่ใช้อยู่ทุกวัน ส่งรูป แล้วพูดหรือพิมพ์บอกชื่อกับราคา AI เขียนหน้าสินค้าให้ คุณกดเผยแพร่ครั้งเดียว ออเดอร์ สต็อก และ QR พร้อมเพย์ทำงานเอง
- ลิงก์ร้าน ชื่อร้าน.tellsell.app ตั้งแต่แพ็กเกจฟรี
- โดเมนของร้านเองในแพ็กเกจ Business และ Pro
- ไม่หักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย
เปิดร้านกับ Tellsell ได้ฟรี ไม่ต้องใช้บัตร หรืออ่านต่อเรื่อง LINE MyShop ต่างจากเว็บขายของของร้านเองยังไง และ วิธีขายของออนไลน์สำหรับมือใหม่
ขายของในช้อปปี้ หรือมีเว็บขายของของตัวเอง แบบไหนดีกว่า
LINE MyShop คืออะไร ต่างจากเว็บขายของของร้านเองยังไง
วิธีขายของออนไลน์สำหรับมือใหม่: เริ่มจากศูนย์ทีละขั้น
วิธีเปิดร้านออนไลน์ใน 5 นาทีด้วย LINE ตั้งแต่สมัครจนลงสินค้าแรก