ลูกค้าออนไลน์จับสินค้าไม่ได้ ดมไม่ได้ ลองไม่ได้ สิ่งเดียวที่เขามีคือรูป รูปสินค้าจึงทำหน้าที่แทนพนักงานขายหน้าร้าน รูปที่มืด เบลอ หรือรก ทำให้ของดีดูธรรมดา ส่วนรูปที่สว่าง ชัด และสะอาดตา ทำให้ลูกค้ากล้าตัดสินใจ

ข่าวดีคือมือถือทุกวันนี้ถ่ายรูปสินค้าได้ดีพอแล้ว สิ่งที่ทำให้รูปต่างกันคือแสง ฉาก และมุม ซึ่งไม่ต้องลงทุนเลย

เริ่มจากเช็ดเลนส์

ข้อนี้ง่ายที่สุดและมักถูกลืมมากที่สุด เลนส์มือถืออยู่ในกระเป๋าและโดนนิ้วทั้งวัน คราบมันเพียงนิดเดียวทำให้รูปดูมัว ๆ มีแสงฟุ้งรอบจุดสว่าง และดูไม่คมทั้งที่โฟกัสถูกแล้ว

เช็ดเบา ๆ ด้วยผ้านุ่ม ๆ เช่น ผ้าเช็ดแว่น ก่อนเริ่มถ่ายทุกครั้ง ใช้เวลาไม่ถึงห้าวินาที

แสง: ใช้แสงจากหน้าต่าง

แสงธรรมชาติจากหน้าต่างคือไฟสตูดิโอที่ดีและฟรีที่สุด

  • วางสินค้าใกล้หน้าต่าง ให้แสงเข้าด้านข้าง จะเห็นรูปทรงและผิวสัมผัสชัด
  • เลี่ยงแดดจัดส่องตรง แสงแรงทำให้เงาดำและขอบแข็ง ถ้าแดดเข้ามา ให้ใช้ผ้าม่านบางสีขาวช่วยกรองแสง
  • ปิดแฟลช แฟลชมือถือทำให้ของมันวาวเป็นจุดและสีแบน
  • อย่าผสมแสง ไฟสีเหลืองในห้องรวมกับแสงหน้าต่าง ทำให้สีเพี้ยน ปิดไฟในห้องแล้วใช้แสงหน้าต่างอย่างเดียว
  • ใช้กระดาษขาวสะท้อนแสง ตั้งไว้ฝั่งตรงข้ามหน้าต่าง ช่วยให้ด้านที่เป็นเงาสว่างขึ้น

ฉาก: เรียบ สะอาด ไม่แย่งสินค้า

ฉากที่ดีทำให้ลูกค้ามองสินค้าก่อนสิ่งอื่น

  • กระดาษขาวหรือโปสเตอร์แผ่นใหญ่ วางบนโต๊ะแล้วโค้งขึ้นพิงผนัง จะได้ฉากเนียนไม่มีรอยต่อ
  • พื้นสีที่ตัดกับสินค้า ก็ได้ผล เช่น ขวดสีอ่อนบนพื้นสีส้ม ขอแค่เป็นสีเรียบ ๆ สีเดียว
  • เก็บของรกออกจากเฟรม สายชาร์จ ถุง กล่องเปล่า มุมโต๊ะ
  • ใช้ฉากเดิมทุกชิ้น ร้านจะดูเป็นระเบียบเมื่อรูปทุกรูปไปทางเดียวกัน
  • เว้นที่ว่างรอบสินค้า ไม่ถ่ายชิดขอบ เผื่อรูปถูกครอปให้พอดีกับหน้าร้านแล้วสินค้าจะไม่โดนตัด

ขวดเซรั่มสีชมพูบนพื้นสีส้มเรียบ ตัวอย่างฉากสีเดียวที่ตัดกับสินค้า

มุม: ถ่ายหลายรูปให้ลูกค้าเห็นครบ

รูปเดียวตอบคำถามได้ไม่หมด ลองถ่ายชุดละ 3–5 รูป

  • รูปหลัก ด้านหน้าตรง ๆ เห็นสินค้าทั้งชิ้น
  • มุมเฉียง 45 องศา เห็นทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ให้ความรู้สึกเป็นสามมิติ
  • มุมบน สำหรับของแบน เช่น เสื้อผ้า คุกกี้ในกล่อง หรือชุดของหลายชิ้น
  • ภาพใกล้ ผิวสัมผัส ลายเย็บ ฉลาก หรือรายละเอียดที่ลูกค้ามักถาม
  • ภาพบอกขนาด ถือในมือ หรือวางคู่กับของที่ทุกคนรู้ขนาด
  • ภาพตอนใช้งาน เช่น แก้วที่มีกาแฟอยู่ หรือเล็บที่ทำเสร็จบนมือจริง

ของที่มีความสูง เช่น แก้วหรือขวด ให้ถ่ายระดับเดียวกับสินค้า ไม่ก้มถ่ายจากด้านบน รูปจะดูสมส่วนกว่า

แก้วเซรามิกเคลือบไล่สีห้าใบเรียงกัน ถ่ายระดับสายตา ฉากหลังเบลอ

ตั้งค่ามือถือเล็กน้อย

  • แตะจอที่ตัวสินค้า เพื่อโฟกัส แล้วเลื่อนปรับความสว่าง มือถือส่วนใหญ่ทำได้ ถ้าฉากขาวดูเทาให้เพิ่มความสว่าง ถ้าสินค้าขาวจนหายไปให้ลดลง
  • อย่าซูมแบบดิจิทัล ขยับเข้าไปใกล้แทน ถ้ามือถือมีเลนส์ 2x หรือ 3x ใช้เลนส์นั้นได้ สินค้าจะผิดรูปน้อยกว่าถ่ายใกล้ ๆ ด้วยเลนส์มุมกว้าง
  • ถือให้นิ่ง พิงข้อศอกกับโต๊ะ หรือตั้งเวลาถ่าย
  • เปิดเส้นตาราง ช่วยให้สินค้าตรงและอยู่กลางภาพ
  • แต่งรูปแค่พอดี ปรับความสว่าง หมุนให้ตรง ครอป แต่อย่าใส่ฟิลเตอร์จนสีเปลี่ยน โดยเฉพาะเครื่องสำอาง เสื้อผ้า และของที่ลูกค้าเลือกจากสี ถ้าของจริงไม่ตรงรูป ลูกค้าจะผิดหวัง

ส่งรูปเข้าร้าน Tellsell แล้วเกิดอะไรขึ้น

  • ส่งหลายรูปพร้อมกันได้ รูปที่ส่งเป็นชุดเดียวกันใน LINE จะกลายเป็นสินค้าชิ้นเดียว
  • ย่อขนาดให้อัตโนมัติ ระบบทำรูปหลายขนาดสำหรับมือถือและจอคอม หน้าร้านจึงโหลดเร็วแม้รูปต้นฉบับจะใหญ่
  • AI ดูรูปเพื่อเขียนคำอธิบาย และเขียนเฉพาะสิ่งที่เห็นในรูปหรือที่คุณบอก รูปที่ชัดจึงได้คำอธิบายที่ตรงกว่า
  • รูปมืดหรือเบลอมาก ตัวอย่างสินค้าอาจแนะนำให้ส่งรูปใหม่ก่อนเผยแพร่

เช็กลิสต์ก่อนกดชัตเตอร์

  • เช็ดเลนส์แล้ว
  • อยู่ใกล้หน้าต่าง ปิดไฟห้องและปิดแฟลช
  • ฉากเรียบ สีเดียว ไม่มีของรก
  • เว้นที่ว่างรอบสินค้า
  • รูปหลักหนึ่งรูป และมุมอื่นอีก 2–4 รูป
  • สีในรูปตรงกับของจริง

สรุป

รูปสินค้าที่ดีไม่ได้มาจากอุปกรณ์แพง แต่มาจากนิสัยเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกครั้ง เช็ดเลนส์ หาแสงดี ๆ จัดฉากให้เรียบ แล้วถ่ายให้ครบมุม เมื่อได้รูปแล้ว การลงขายก็ควรง่ายเท่าการส่งรูปในแชท ดูวิธีทำงานของ Tellsell